รายงานวิเคราะห์การส่งเสริมการยกระดับทักษะดิจิทัล (Digital Workforce)

ความไว้วางใจระดับยุทธศาสตร์ สู่รากฐาน Thailand 4.0 ด้วยความเชี่ยวชาญ Digital Human Capital Development

ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับความไว้วางใจให้บริหารโครงการระดับยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้น “การพัฒนากำลังคนดิจิทัล (Digital Workforce)” ซึ่งสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในกลุ่มงาน “Digital Human Capital Development” อันเป็นรากฐานสำคัญของ Thailand 4.0

          การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล (Digital Workforce) ได้กลายเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่มีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในระดับประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยเผชิญความท้าทายสำคัญ คือ “ช่องว่างทักษะดิจิทัลของกำลังคน (Digital Workforce)” ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการรายย่อย หรือบุคลากรภาครัฐ ส่วนใหญ่ยังพบว่า ทักษะดิจิทัลที่มีอยู่เดิมของกำลังคนยังไม่สอดคล้องกับรูปแบบเศรษฐกิจ สังคม และการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากบริบทดังกล่าว รัฐบาลไทยจึงเริ่มผลักดันแนวคิด  Digital Workforce Project  ในฐานะกลไกเชิงนโยบายระดับประเทศ เพื่อยกระดับทักษะกำลังคนให้สามารถใช้ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่งคงปลอดภัยไซเบอร์ มีจริยธรรมและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยเน้นการพัฒนา Digital Workforce ผ่านการสร้างกำลังคน สมรรถนะสูง (หมุดหมายที่ 12) และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล/อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (หมุดหมายที่ 6) [อ้างอิง: แผนปฏิบัติการ ดิจิทัล ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 – 2570) ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมตรี. ลิงก์] เพื่อรองรับการทำงานยุคใหม่และสร้างความยั่งยืน ดังนั้น Digital Workforce Project จึงไม่ได้มุ่งเพียง “การฝึกอบรม” แต่เน้นการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต(Lifelong Digital Learning Ecosystem) ที่เชื่อมโยงการ พัฒนาคนกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

กิจกรรมสำคัญภายใต้ Digital Workforce Project

          การดำเนินงาน Digital Workforce Project ของประเทศไทยได้มีการพัฒนากิจกรรมหลากหลายรูปแบบส่วนใหญ่มักจะอยู่ในบทบาทการทำงานของภาครัฐ เช่น การเสริมสร้าง Digital Literacy ให้ประชาชน การพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อการทำงานและการประกอบอาชีพ การยกระดับผู้ประกอบการชุมชนสู่การค้าขายออนไลน์ (e-Commerce) การส่งเสริมความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การสร้างเครือข่ายวิทยากรและผู้นำการเรียนรู้ด้านดิจิทัลในระดับพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมต่างๆเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะถูกดำเนินกิจกรรมและกำหนดกลุ่มเป้าหมายไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาตร์แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ซึ่งมีรัฐบาลเป็นผู้ผลักดันนโยบายและทิศทางการพัฒนา ดังนั้นเมื่อมีหน่วยงานรัฐ ในหลายๆหน่วยงานดำเนินกิจกรรมของ Digital Workforce Project ร่วมกัน จึงสามารถหล่อหลอมให้เกิดความเข้าใจร่วมกันว่า       “การพัฒนาคนด้านดิจิทัลต้องไม่หยุดอยู่ที่ส่วนกลางแต่ต้องหยั่งรากในระดับพื้นที่” เพื่อเป็นการยกระดับทักษะดิจิทัล และลดความเหลื่อมล้ำทักษะดิจิทัลในสังคมได้อย่างยั่งยืน  กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Digital Workforce Project ของประเทศไทย มิได้มุ่งเน้นเพียงการถ่ายทอดทักษะรายบุคคล แต่เป็นการวางรากฐานพัฒนากำลังคนดิจิทัลให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

          อย่างไรก็ตาม จากการนำแนวคิดดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติผ่านการดำเนิน กิจกรรมภายใต้ Digital Workforce Project ที่ผ่านมา พบว่าความท้าทายสำคัญ ประการหนึ่ง คือ การสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนของการพัฒนาทักษะ ดิจิทัลในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในบริบทที่การพัฒนาทักษะในหลายพื้นที่ ยังคงพึ่งพาการถ่ายทอดองค์ความรู้จากหน่วยงานส่วนกลางเป็นหลัก ส่งผลให้การเรียนรู้ด้านดิจิทัลในบางพื้นที่ยังขาดกลไกสนับสนุนในระยะยาว และไม่สามารถขยายผลได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงขาดเจ้าภาพในระดับพื้นที่ที่สามารถขับเคลื่อนการเรียนรู้ต่อเนื่องได้หลังสิ้นสุดโครงการ

         บทเรียนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนา Digital Workforce มิอาจ อาศัยเพียงการจัดอบรมหรือการดำเนินกิจกรรมเป็นครั้งคราว หากแต่จำเป็นต้องมี กลไกเชิงระบบในระดับพื้นที่ ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ นโยบายและบริบทของชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้การเรียนรู้ด้านทักษะดิจิทัลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และฝังรากในระดับพื้นที่ในเชิงโครงสร้าง โดยกลไกดังกล่าวควรเป็น “กลไกบุคคล” ที่มีบทบาทเป็นผู้ขับเคลื่อนการเรียนรู้และสามารถปรับประยุกต์องค์ความรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

        ในภาพรวมระดับประเทศ การพัฒนา Digital Workforce Project โดยเฉพาะการขับเคลื่อนผ่านกลไก ETDA Local Digital Coach (ELDC) ของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. เป็นหนึ่งในโครงการตัวอย่างที่ดีที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของนโยบายพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศไทย จากการมุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้แบบส่วนกลาง ไปสู่การสร้างศักยภาพบุคลากรในระดับพื้นที่ให้เป็นผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมกลายเป็นผู้ที่สามารถการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองหลังโครงการสิ้นสุดแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นโครงสร้างใหม่ของการพัฒนากำลังคนดิจิทัลที่มุ่งสร้างความต่อเนื่องเติบโตบนความยั่งยืน และมีความสามารถขยายผลในระดับประเทศเชิงประจักษ์

           แนวทางดังกล่าวจึงเป็นจุดตั้งต้นสำคัญ ในการยกระดับการพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศจากการแก้ปัญหาเชิงระยะสั้นไปสู่การออกแบบโครงสร้างการเรียนรู้ที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า แนวโน้มของ Digital Workforce Project ของประเทศไทย มีความเป็นไปได้ที่จะก้าวสู่รูปแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น และจะกลายเป็นโครงการที่มีบทบาทสำคัญ ในฐานะกลไกเชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาชุมชนเข้ากับบริบททางเศรษฐกิจ และสังคมเข้าด้วยกันขยายผลสู่การพัฒนาทักษะดิจิทัลที่มีความหลากหลาย ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

Related Posts

เมื่อ AI ทะลักตลาดจนคน "เลิกเชื่อ" แบรนด์ ทางรอด PR ปี 2026 ที่ต้องปรับก่อนจะถูกลืม

เมื่อ AI ทะลักตลาดจนคน “เลิกเชื่อ” แบรนด์ ทางรอด PR ปี 2026 ที่ต้องปรับก่อนจะถูกลืม

การทำ PR ในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องล้าหลังหรือถูกลดความสำคัญลงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม PR กำลังเปลี่ยนบทบาทครั้งใหญ่ จากการเป็นเพียง “ผู้กระจายข่าว” (Information Distributor) สู่การเป็น “ผู้สร้างความน่าเชื่อถือ” (Trust Broker) ให้กับแบรนด์

Read More

จาก Virtual Event ยุคโควิด สู่เทคโนโลยี Virtual Event แห่งอนาคต

เมื่อพูดถึง Virtual Event หลายคนคงนึกย้อนไปถึงช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่การประชุม สัมมนา งานเปิดตัวสินค้า หรือแม้แต่คอนเสิร์ต ต้องย้ายจากสถานที่จริงมาอยู่บนหน้าจอแทบทั้งหมด ในตอนนั้น Virtual Event คือ “ฮีโร่”

Read More